งานเทคโนโลยี LAN (Present)

posted on 08 Feb 2008 21:19 by nipaporn0596
เทคโนโลยีระบบเครือข่าย LANLAN (Local Area Network) คือเครือข่ายข้อมูลความเร็วสูงและทนทานต่อการเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการรับส่งข้อมูล เครือข่าย LAN นั้นจะครอบคลุมพื้นที่ขนาดเล็ก โดยปกติจะเป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์อื่นๆ ที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก เครือข่าย LAN ได้ให้ประโยชน์แก่ผู้ใช้หลายอย่าง เช่น การแชร์กันใช้อุปกรณ์และแอพพลิเคชัน การแลกเปลี่ยนไฟล์ระหว่างผู้ใช้ การใช้สื่อสารโดยใช้อีเมล์และแอพพลิเคชันอื่นๆLAN เป็นรากฐานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วไป กล่าวคือ เกือบทุกๆ เครือข่ายต้องมี LAN เป็นส่วนประกอบ เครือข่ายแบบ LAN อาจเป็นได้ตั้งแต่เครือข่ายแบบง่ายๆ เช่น มีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องเชื่อมต่อกันด้วยสายสัญญาณ ไปจนถึงเครือข่ายที่สลับซับซ้อน เช่น  มีคอมพิวเตอร์เป็นพันๆ เครื่องและมีอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆ อีกมาก แต่ลักษณะสำคัญของ LAN ก็คือ เครือข่ายประเภทนี้จะครอบคลุมพื้นที่จำกัด รูปที่ 1 แสดงเครือข่ายท้องถิ่นที่ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง และมีเครื่องพิมพ์ที่แชร์กันใช้ เครื่องเชิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในการจัดการเครือข่าย ซึ่งเครือข่ายจะรวมกันอยู่ในห้องปฏิบัติการ  รูปที่  1  แสดงเครือข่ายท้องถิ่นที่ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ 4 เครื่องโทโปโลยี  โทโปโลยีของเครือข่าย (Network Topology) จะอธิบายถึงแผนผังการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ตามลักษณะทางกายภาพ (Physical Topology) หรือทางตรรกะ (Logical Topology) ซึ่งจะแสดงถึงตำแหน่งของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆ และเส้นทางการเชื่อมต่อของอุปกรณ์เหล่านี้โทโปโลยีของเครือข่ายอาจจะมีผลต่อสมรรถนะของเครือข่ายได้ การเลือกโทโปโลยีอาจมีผลต่อ
-   ประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ในเครือข่าย
-   สมรรถนะของอุปกรณ์เหล่านั้น
-   ความสามารถในการขยายของเครือข่าย
-   วิธีการดูแลและจัดการเครือข่าย
การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายนั้นไม่ใช่แค่การใช้สายสัญญาณเชื่อมเข้าที่เน็ตเวิร์คการ์ดของแต่ละเครื่องเท่านั้น โทโปโลยีที่ใช้ต้องสัมพันธ์กับสายสัญญาณ เน็ตเวิร์คการ์ดระบบปฏิบัติการเครือข่าย และอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆที่จะเชื่อมกันเป็นเครือข่าย ทุกเครือข่ายต้องประกอบด้วยโทโปโลยีใดโทโปโลยีหนึ่งต่อไปนี้ 1. โทโปโลยีแบบบัส (Bus Topology) บางทีก็เรียกว่า “Linear bus” เพราะมีการเชื่อมต่อแบบเส้นตรงซึ่งเป็นลักษณะการเชื่อมต่อที่ง่ายที่สุด และเป็นโทโปโลยีที่นิยมกันมากที่สุด รูปที่ 2แสดงการเชื่อมต่อแบบบัส ซึ่งการเชื่อมต่อแบบนี้จะใช้สายสัญญาณเพียงเส้นเดียวเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทุกๆ เครื่องเข้าด้วยกัน 
 รูปที่  2  โทโปโลยีแบบบัส
2 โทโปโลยีแบบดวงดาว (Star Topology) คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะเชี่อมต่อด้วยสายสัญญาณเข้ากับอุปกรณ์รวมศูนย์ที่เรียกว่าฮับ (Hub)รูปที่ 3 แสดงการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบโทโปโลยีแบบดวงดาว รูปที่  3  โทโปโลยีแบบดวงดาว3. โทโปโลยีแบบวงแหวน (Ring Topology) จะใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นห่วงหรือเป็นวงแหวน การเชื่อมต่อแบบนี้สัญญาณจะเดินทางเป็นวงกลมในทิศทางเดียว และจะวิ่งผ่านคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ซึ่งจะทำหน้าที่ทวนสัญญาณไปในตัวแล้วผ่านไปเครื่องถัดไป รูปที่ 4 เป็นการเชื่อมแบบโทโปโลยีแบบวงแหวนของคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง ถ้าคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งหยุดทำงานก็จะทำให้ระบบเครือข่ายล่มเช่นกัน

รูปที่  4  โทโปโลยีแบบวงแหวน

โทโปโลยีแบบเมซ (Mesh Topology) คือ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แบบสมบูรณ์ กล่าวคือ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่ายจะเชื่อมต่อถึงกันหมดโดยใช้สายสัญญาณทุกการเชื่อมต่อ วิธีการนี้จะเป็นการสำรองเส้นทางเดินของข้อมูลได้เป็นอย่างดี

รูปที่  5  แสดงการเชื่อมต่อแบบเมซ

 เทคโนโลยีเครือข่ายท้องถิ่นโทโปโลยีของเครือข่ายก็คือ ลักษณะของการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายเพียงเท่านั้น ไม่ใช่เทคโนโลยีของเครือข่ายท้องถิ่น ในการสร้างเครือข่ายท้องถิ่นนั้นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆ เช่น โปรโตคอล ที่ใช้ในการรับส่งข้อมูล สายสัญญาณที่ใช้ และอุปกรณ์เครือข่ายที่จำเป็น เทคโนโลยีเครือข่ายท้องถิ่นที่สำคัญ เช่น อีเธอร์เน็ต โทเคนริง FDDI และเครือข่ายท้องถิ่นแบบไร้สาย เป็นต้น ซึ่งบางเทคโนโลยีก็เป็นที่นิยมในปัจจุบัน บางเทคโนโลยีก็กำลังล้าสมัย 1. อีเทอร์เน็ต ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าอีเทอร์เน็ต เป็นเทคโนโลยีเครือข่ายที่เป็นมาตรฐานหลักของเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมด เนื่องมาจากเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายแบบท้องถิ่นที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีนี้ได้ถูกพัฒนาและปรับปรุงภายใต้ความดูแลและรับผิดชอบของสถาบัน IEEE (Institute of Electrical Electronics Engineer) โดยสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงคือ การเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธ (Bandwidth)

รูปที่  6  อีเทอร์เน็ต

 2. Token Ring เครือข่ายแบบโทเคนริง เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยบริษัท IBM ในช่วงทศวรรษที่ 1970 ปัจจุบันยังคงเป็นเทคโนโลยีเครือข่าย LAN หลักของบริษัท IBM เป็นเทคโนโลยีเครือข่ายที่นิยมรองจากอีเทอร์เน็ต

รูปที่  7  เครือข่ายโทเคนริง

3. FDDI

FDDI (Fiber Distribution Data Interface) เป็นเครือข่ายแบบส่งผ่านโทเคนและมีแบนด์วิธที่ 100 Mbps โดยใช้สายใยแก้วนำแสงต่อสถานีเป็นวงแหวน 2 วง ส่วนใหญ่จะใช้ FDDI เป็นแบ็คโบนของเครือข่ายเนื่องจากแบนด์วิธที่สูง และสามารถเชื่อมต่อสถานีได้ไกลกว่าสายทองแดงมาก ล่าสุดได้มีการพัฒนา CDDI (Copper Distribution Data Interface) โดยใช้สายคู่เกลียว บิตแทนสายใยแก้วนำแสงแต่ยังใช้โปรโตคอลของ FDDI ในตอนนี้เราจะเน้นที่ FDDI  FDDI จะใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อสถานีเป็นวงแหวนสองวง โดยทิศทางการไหลของข้อมูลในวงแหวนทั้งสองวงจะตรงกันข้ามกัน วงแหวนหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นเส้นทางหลักในการรับส่งข้อมูล ส่วนวงที่สองจะเป็นเส้นทางสำรอง การที่ออกแบบ FDDI ให้มีแบบนี้ก็เพื่อเพิ่มความเชื่อถือได้และความแข็งแรงให้กับเครือข่าย รูปที่  8  FDDIมาตรฐาน FDDIโปรโตคอลส่วนที่เป็น FDDI จะอยู่ในชั้นฟิสิคอลเลเยอร์และดาต้าลิงค์เลเยอร์ของแบบอ้างอิง OSI เท่านั้น FDDI จะแบ่งโปรโตคอลออกเป็น 4 ส่วน ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันทำให้โปรโตคอลที่อยู่เหนือกว่า เช่น TCP/IP สามารถส่งผ่านข้อมูลไปบนสายไฟเบอร์ได้กำหนด 4 อย่างของ FDDI คือ-  MAC (Media Access Control) :ในส่วน MAC จะกำหนดเกี่ยวกับการเข้าถึงสื่อกลางรับส่งข้อมูล และรวมถึงรูปแบบของเฟรมข้อมูล (Cyclic Redundancy Check หรือ CRC)และกลไกเกี่ยวกับการกู้คืนข้อมูลที่เกิดข้อผิดพลาด-  PHY (Physical Layer Protocol)  :ในส่วนของPHY จะกำหนดเกี่ยวกับขั้นตอนการเข้ารหัสข้อมูล (Data Encoding Dependent) , สัญญาณนาฬิกา และการจัดเฟรมข้อมูล-  PMD (Physical-Medium Dependent) : ส่วน PMD จะกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของสายสัญญาณที่ใช้ ซึ่งจะรวมถึงสายไฟเบอร์, ระดับกำลังของสัญญาณ, อัตราการเกิดข้อผิดพลาด, ส่วนต่างๆ ของไฟเบอร์ และหัวเชื่อมต่อที่ใช้-  SMT (Station Management) : ในส่วน SMT จะกำหนดเกี่ยวกับลักษณะการเชื่อมต่อกันของแต่ละสถานี ข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบคุมที่เชื่อมต่อเข้ากับวงแหวน เช่น การเพิ่มสถานี, การนำสถานีออกจากเครือข่าย, การแยกจุดเสียและการกู้คืน, การกำหนดค่าเกี่ยวกับเวลาและการเก็บค่าสถิติต่างๆรูปที่  9  ชุดโปรโตคอล FDDIจุดประสงค์หลักของ FDDI ก็เหมือนกับอีเทอร์เน็ตและโทเคนริงคือ จะให้บริการกับโปรโตคอลที่อยู่เหนือกว่า เช่น TCP/IP ในการส่งข้อมูลผ่านอุปกรณเครือข่ายและสายสัญญาณ4. Wireless LANระบบเครือข่ายท้องถิ่นไร้สาย หรือ WLAN (Wireless LAN) คือระบบที่สื่อสารข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นสูง ส่วนใหญ่จะนิยมติดตั้งเพิ่มเติมแทนที่ระบบเครือข่ายท้องถิ่นแบบใช้สายสัญญาณ ระบบเครือข่ายท้องถิ่นไร้สายจะใช้คลื่นวิทยุ หรือ RF (Radio Frequency) เป็นสัญญาณ และใช้อากาศเป็นตัวนำสัญญาณ โทโปโลยีของ WLAN อาจเป็นแบบธรรมดาหรืออาจเป็นแบบซับซ้อนก็ได้ โดยแบบที่ง่ายที่สุดก็โดยการเชื่อมต่อกันของคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ที่ติดตั้งเน็ตเวิร์คการ์ดแบบไร้สาย ซึ่งเรียกว่าเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ส่วนเครือข่ายผสมระหว่างเครือข่ายไร้สายกับใช้สาย จุดที่เชื่อมต่อระหว่างสองเครือข่ายนี้จะเรียกแอ็กเซสส์พอยต์ หรือ AP (Access Point) ” หรืออาจเรียกว่าฮับ (Hub) ก็ได้

รูปที่  10  การเชื่อมต่อระหว่างเพียต์

 รูปที่  11  การเชื่อมต่อ WLAN เข้ากับเครือข่ายไร้สาย
รูปที่  12  การใช้ WLAN เชื่อมต่อเครือข่ายแบบใช้สาย 

งานครั้งที่ 4

posted on 08 Feb 2008 21:01 by nipaporn0596

1.  นักศึกษาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตมาช่วยในงานอุตสาหกรรมได้อย่างไรบ้าง  จงยกตัวอย่าง ตอบ  งานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ก็ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการควบคุมการผลิต และการประกอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ ซึ่งทำให้การผลิตมีคุณภาพดีขึ้น  หรืองานธนาคาร ที่ให้บริการถอนเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) และใช้คอมพิวเตอร์คิดดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชี เชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่าย

2.  นักศึกษาประยุกต์ใช้ Robot มาช่วยในงานอุตสาหกรรมได้อย่างไรบ้าง จงยกตัวอย่าง ตอบ  หุ่นยนต์อุตสาหกรรมสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ อุตสาหกรรมประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น-แต่ภารกิจสำคัญที่สุด ที่คาดว่าหุ่นยนต์สายพันธุ์ใหม่เหล่านี้ จะเข้ามามีประโยชน์อย่างมาก ก็คือการใช้งานทางด้านการแพทย์ โดยเฉพาะการนำมาใช้เป็นหุ่นยนต์ดูแลผู้ป่วย ที่สามารถยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แทนมนุษย์ทั่วไปได้

3.  นักศึกษาประยุกต์ใช้  CAM มาช่วยในงานอตุสาหกรรมได้อย่างไรบ้าง  จงยกตัวอย่าง ตอบ  ควบคุมเครื่องจักรกลการผลิต ในลักษณะคำสั่งตัวเลข  (Numericcal Control Machine) ในระบบ CAM  หรือ การควบคุมหุ่นยนต์การผลิต ตลอดจนการวางแผนจัดการการผลิต การจัดซื้อ การควบคุมสต๊อก การประชาสัมพันธ์ และ การตลาด บัญชีรายรับรายจ่าย ฯลฯ ระบบงานดังกล่าวข้างต้น จะบรรลุจุดประสงค์ ได้โดยสร้างระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Networking System) แบบ client server (ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย) ให้มีคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (file server) เป็นศูนย์กลางของระบบ ทำหน้าที่ให้บริการข้อมูลในการผลิตกับหน่วยย่อย (client) ต่างๆที่ต่ออยู่ในระบบ

edit @ 8 Feb 2008 21:07:29 by ๐มู๋น้OE(._.)

งานครั้งที่ 3

posted on 17 Dec 2007 09:23 by nipaporn0596
ระบบเครือข่าย SAN คืออะไร จงอธิบาย

ตอบ  SAN เป็นระบบเครือข่ายของที่เก็บข้อมูล โดยนำอุปกรณ์ที่จัดเก็บข้อมูลมาติดตั้งรวมกันเป็นเครือข่าย มีระบบจัดการข้อมูลบนเครือข่ายที่ทำให้รับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ทำให้ข้อมูลที่เก็บเสมือนเป็นส่วนกลางที่แบ่งให้กับซีพียูหลายเครื่องได้ การจัดเก็บที่เก็บแบบนี้จึงต้องสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ เพื่อให้รองรับระบบดังกล่าว การทำงานนี้จึงคล้ายกับการสร้างเครือข่ายของที่เก็บข้อมูลแยกต่างหาก เป็นการสร้างระบบจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพได้ และสามารถใช้งานได้ดีกว่าแบบเดิม